MPJ 2013: River of Life…River of Peace…

MPJ 2013

River of Life…River of Peace…

ชีวิตนั้นรอคอยการเรียนรู้เรื่องราวใหม่ๆ อยู่เสมอ เมื่อใดที่เรารู้สึกว่า ตัวเราเต็มล้นไปด้วยความรู้ รู้ไปเสียทุกเรื่อง ฉลาดไปเสียทุกอย่าง เมื่อนั้นคือเวลาที่สัญญาณอันตรายแสดงออกมาให้เห็นว่า “เราคือน้ำที่เต็มแก้ว ไม่พร้อมจะเรียนรู้อะไรใหม่ๆ อีกต่อไป และกำลังถอยหลังเข้าคลอง”

บทความ MPJใหม่

ต้องบอกว่า Mekong Peace Journey 2013 เป็นทริปที่มีพลังอย่างมากในการปลุกตัวตนของเราที่กำลังจะหลับลึกให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง จากการใช้ชีวิตแบบนักเขียนอิสระ ทำงานแบบสบายๆ ไม่มีใครมาคอยกำหนดกฎเกณฑ์ ไม่มีใครมาคอยจ้ำจี้จ้ำไช ความสบายที่หลายๆ คนเห็นว่าดี บางครั้งมันก็เป็นเหมือนดาบสองคมที่จะฆ่าให้เราตายไปอย่างช้าๆ ถ้าเราไม่รู้วิธีรับมือกับมันที่ดีพอ

ไม่ได้บอกว่า เรากำลังจะหมดไฟ แต่ก็ไม่ไกลจากคำนั้นมากนัก เพราะความสบายที่เคยตัวทำให้แรงบันดาลใจอะไรหลายๆ อย่างมันเหือดแห้งลงไป

หลังจากได้ไปใช้ชีวิตร่วมกับเพื่อนจากหลายประเทศตลอดเวลากว่าครึ่งเดือนที่ประเทศพม่า ทำให้ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ ที่เราไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนตลอดชีวิต 30 กว่าปี แรงบันดาลใจอันทรงพลังก็ถูกกระตุ้นขึ้นมาอีกครั้ง ให้เราพร้อมที่จะเดินหน้าทำงานนักเขียนได้อย่างมีความสุข และพร้อมที่จะเดินหน้าทำงานเพื่อสังคมเท่าที่เรามีแรงทำได้

ที่สำคัญและเห็นได้ชัดเจนที่สุดจากการเข้าร่วมโปรแกรมครั้งนี้ คือมุมมองความคิดในการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะทัศนคติที่มีต่อเพื่อนๆ จากประเทศในภูมิภาคเดียวกันกับเรา ที่มีประวัติศาสตร์ร่วมกัน เติบโตมาจากรากเหง้าที่ไม่แตกต่างกันมากนัก มุมมองเหล่านั้นเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เราเข้าใจพวกเขามากขึ้น ความรู้สึกดีๆ และความเห็นอกเห็นใจเกิดขึ้นอย่างไม่ต้องพยายามให้เกิดอีกต่อไป

ความจริงข้อหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือ ทุกคน ทุกสังคม ทุกประเทศล้วนมีข้อดีและข้อเสีย หากเราเพ่งพินิจมองแต่ข้อเสียของคนอื่นๆ ความดีในตัวตนของพวกเขาก็ไม่ปรากฏ ทัศนคติต่างๆ ที่เกิดขึ้นก็คงจะมีแต่เพียงแง่ลบ

ในทางกลับกัน หากเราหลีกเลี่ยงที่จะโฟกัสไปที่ข้อเสีย แต่หันมาหยิบจับด้านดีนำขึ้นมาพิจารณา เราจะเห็นได้ว่า ทุกคนล้วนมีความดีเป็นพื้นฐาน และความจำเป็นในชีวิตด้านต่างๆ อาจจะทำให้ต้องแสดงด้านลบในชีวิตออกมาบ้าง แต่นั่นก็เป็นเรื่องที่เราต่างต้องทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน ก็จะทำให้เราอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุขและบังเกิดความเป็นสันติภาพขึ้นในสังคม

ความแตกต่างทางเชื้อชาติ ศาสนา สังคม วัฒนธรรม ภาษา ความเชื่อ นั่นคือปัจจัยพื้นฐานที่เกิดขึ้นและมีมา ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้ แต่เราเลือกที่จะใช้ชีวิตที่เต็มไปด้วยความแตกต่างนี้ได้อย่างกลมกลืนและลงตัวได้ ด้วยการทำความเข้าใจความต่างของผู้อื่น เห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน มองข้ามในบางเรื่อง ลดความขัดแย้งในจิตใจและไม่สร้างความรู้สึกแบ่งชนชั้นขึ้นจากภายในตัวเรา

เหล่านี้ ล้วนเกิดขึ้นได้ มีความเป็นไปได้ ต้องเริ่มจากที่ตัวเราก่อน ปรับเปลี่ยนทัศนคติและมุมมองความคิดในการเข้าใจเรื่องความต่างของผู้คนให้ได้จากตัวเราก่อน เมื่อเราเข้าใจได้ดีแล้ว จึงนำความเข้าใจเหล่านี้ไปบอกกล่าวเล่าต่อให้คนอื่นๆ ในสังคมได้เรียนรู้และเข้าใจเพื่อนร่วมภูมิภาค ขยายความเข้าใจอันดีเหล่านี้ให้กว้างออกไป กว้างออกไป จากจุดเล็กๆ ไปสู่จุดหลายๆ จุด และเมื่อจุดจำนวนมากมารวมกัน ก็จะเป็นผืนแผ่นขึ้นมาได้ในที่สุด

ถึงแม้ว่า Mekong Peace Journey 2013 จะเป็นเพียงโครงการเล็กๆ ที่เริ่มด้วยคนกลุ่มเล็กๆ แต่ดิฉันเชื่อค่ะว่า พลังของคนรุ่นใหม่ที่เต็มไปด้วยความตั้งใจที่จะสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นในลุ่มน้ำโขงนี้ จะช่วยกันขับเคลื่อนและสร้างความสงบสุข รวมไปถึงเพิ่มพูนความเข้าใจอันดีระหว่างผู้คนที่ใช้ชีวิตบนสายน้ำสายเดียวกันนี้ได้อย่างช้าๆ แต่เต็มไปด้วยความหนักแน่น มั่นคง…

ยินดีมากค่ะที่ได้ร่วมเป็นฟองน้ำเล็กๆ ที่ไหลล่องไปในสายธารแห่งสันติภาพสายนี้…

ด้วยรักและเคารพ
Sirivilai Buasiri
(ศิริวิลัย บัวศิริ)
Thailand
23 Oct. 2013