มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม Thai Volunteer Service Foundation

HomeSee You Craft : แล้วเราจะพบกันใหม่

“การกลับบ้านครั้งใหม่เพื่อเย็บปักความฝันบนผ้าทอมือภายใต้แบรนด์ SeeYou Craft ของ ทีน-จิราพร มูลใหม่”

กลับบ้าน…กลับบ้าน…กลับบ้าน กลายเป็นอีกส่วนหนึ่งของความฝันของคนหนุ่มสาวไปแล้ว อาจเพราะความสับสนวุ่นวายในเมืองใหญ่ที่เดินไปอย่างรวดเร็วไม่มีทีท่าว่าจะหยุดหย่อน หลายคนต่างเหนื่อยล้ากับชีวิตประจำวันเดิมๆ ความคับแคบของเมืองที่บีบอัดให้ตัวเองเล็กลงท่ามกลางผู้คนมากมาย บ้านเกิดที่เป็นแหล่งพักพิงในยามเหนื่อยอ่อนพักร้อนไม่กี่ครั้งต่อปีจึงเป็นดั่งพื้นที่ปลอดภัยและแสนสบาย ที่ต่างคนต่างคิดที่อยากจะหวนกลับไปทิ้งตัวลงนอนอีกครั้งและตลอดไป

“ทีน” เป็นหนึ่งในคนหนุ่มสาวกลุ่มนั้น และ Seeyou Craft ก็ป็นดั่งหมุดหมายสำคัญที่ทำให้เธอสามารถอยู่บ้านได้อย่างสบายตัวและปักเย็บเรื่องราวผ่านผืนผ้าแห่งความฝันที่อบอวลไปด้วยความรัก และเหมือนกับการพบกันใหม่กับตัวตนที่เธอเป็น เราใช้เวลาสนทนากับทีนอยู่หลายรอบจนรู้สึกคุ้นเคยกัน จึงรู้ว่าเรื่องราวที่เธอถ่ายทอดมาถึงเราน่าสนใจมาก เราขอเวลาเธอราวๆ 2 ชั่วโมงเพื่อให้เธอถ่ายทอดเรื่องราวของเธอให้เราฟังแบบพอสังเขป เพื่อที่เราจะได้นำเรื่องราวเหล่านั้นมาเล่าต่อให้เพื่อนๆฟัง หลังจากนี้คือเรื่องราวของเธอครับ “ทีน-จิราพร มูลใหม่”

นุ๊ก ก่อนความคิดจะกลับบ้านผ่านเข้ามา ทีนผ่านอะไรมาบ้าง
ทีน
 : เราเรียนจบคณะสารสนเทศและการสื่อสาร ที่แม่โจ้มาได้สองปีละ หลังจากเรียนจบก็ไปทำงานด้านกราฟิคในตัวเมืองเชียงใหม่ พอจบมาเราได้ทำงานตรงกับสายที่เรียนมา คิดว่าจะสนุกกับงานที่ทำ ที่ไหนได้เรารู้สึกว่าไม่ชอบทำงานในลักษณะนี้เลย งานที่ต้องนั่งจมอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เช้าจรดเย็น มองไปทางไหนก็เห็นแต่กรอบสี่เหลี่ยมในห้องกระจก รู้สึกอึดอัด ทรมาน ผ่านไป 7 เดือน เลยตัดสินใจลาออกจากวังวนซ้ำเดิมนั้น ไม่กล้าบอกพ่อแม่ด้วยว่าลาออกจากงานประจำแล้ว ตอนนั้นคิดอย่างเดียวว่าจะกลับไปตั้งหลักที่บ้านก่อน…ก็เท่านั้น

นุ๊ก แล้วพ่อแม่รู้ตอนไหนว่าลาออกจากงานประจำ
ทีน : หลังจากนั้นเลย (ฮา) พอพ่อกับแม่รู้เท่านั้นแหละ ทุกคนไม่โอเคกับการที่เราออกจากงานแล้วจะมาอยู่บ้าน ตอนนั้นที่บ้านมีสองวิธีให้เราเลือกเดินต่อ พ่อก็พยายามบอกให้เราไปเรียนต่อปริญญาโทแต่เราไม่อยากเรียนต่อ แม่ก็อยากให้เราไปอยู่กับป้าที่สวีเดน ลองไปใช้ชีวิตในต่างประเทศดูเผื่ออะไรจะดีขึ้น ป้าซื้อตั๋วจะมารับที่ไทยแล้ว แต่เรายืนยันคำตอบกับแม่อีกครั้งเลยว่าไม่ไป สุดท้ายก็ไม่ไปอยู่กับป้าที่สวีเดน อยู่ลำพูนนี่แหละ เคว้งๆ อยู่เหมือนกันช่วงแรก เพื่อนๆ ที่เรียนมาด้วยกันก็ทยอยได้ดี มีการมีงานกันหมดแล้ว เหลือเราอยู่คนเดียว อิจฉาทุกคนอยู่เหมือนกัน

นุ๊ก แล้วอะไรที่ทำให้ทีนได้รู้จักกับการปักผ้า ที่ต่อมากลายเป็นหมุดหมายสำคัญที่ทำให้เราสามารถอยู่บ้านได้
ทีน
 : พอดีมีกลุ่มพี่ๆ ที่รู้จักกัน เขาชวนเราไปปักผ้าด้วยกัน เห็นว่าเราว่างแล้วเราก็ว่างจริงๆ เราก็เลยลองไปปักผ้าดู ตอนนั้นลองปักย่ามดู ปักไปปักมาปรากฏว่า สงบ สบายใจ เพลินมีความสุข ไอเดียร์ในหัวนี่พุ่งกระฉูดมาก เป็นย่ามใบแรกที่ได้ลองปัก ปักเสร็จก็เลยตามพี่ๆ เขาไปขายด้วย ตอนนั้นขายอยู่กาดโก้งโค้ง(ตลาดโก้งโค้ง จ.เชียงใหม่) ตามไปดูว่าจะมีใครมาดูหรือมาซื้อย่ามที่เราปัก ปรากฎว่ามีคนซื้อจริงๆ ดีใจมากทำตัวไม่ถูก เขาถามราคาว่าขายเท่าไหร่ เราเองก็ไม่รู้ว่ามันต้องขายใบละเท่าไหร่ เลยขายไป 250 บาท เป็นใบแรกที่ทำให้เราอยากปักผ้าต่ออีก ก็เลยปักอีกเรื่อยๆ 

นุ๊ก จนเกิดเป็นแบรนด์ Seeyou Craft
ทีน
 : ใช่ หลังจากนั้นเราคิดเลยว่าจะมาเอาดีด้านปักผ้านี่แหละ ปักเรื่อยๆ จากย่ามก็ขยับมาปักกระเป๋าผ้า เสื้อผ้า สายรัดซิ่น ก็เลยคิดว่าเปิดหน้าร้านของเราเองเลยดีกว่า เราพอมีความสามารถในเรื่องการถ่ายรูปด้วย เรียนเรื่องการสื่อสารมาอีก เลยเอาความสามารถที่เป็นต้นทุนเดิมมาต่อยอดเพิ่ม ส่วนชื่อ Seeyou craft ก็เกิดจากการที่ได้พูดคุยกับลูกค้าที่เป็นกลุ่มคนที่ชอบงานประเภทนี้ และเขาก็กลับมาซื้ออยู่ตลอดเรื่อยๆ เลยเกิดเป็นชื่อ Seeyou Craft เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนกันและอุดหนุนสินค้าของเรา เหมือนการกลับไปเพื่อกลับมาพบกันใหม่ Seeyou Craft มีทั้งหน้าร้านที่ขายในตัวเมืองเชียงใหม่ แล้วก็เปิดใน Facebook Page และใน Instagram ด้วย ขยายทั้งสองช่องทางเพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงตัวสินค้าของเราได้สะดวกและทั่วถึง

นุ๊ก : แล้วอยู่บ้านได้จริงๆ ไหม
ทีน
 : อยู่ได้นะ เพราะเรามีรายได้หลักจากการปักผ้าเลย รับถ่ายภาพได้เรื่อยๆ เมื่อมีคนจ้าง

นุ๊ก : เห็นว่าในอนาคตกำลังจะเอาผ้าพื้นบ้านในชุมชนมาปัก แนวคิดนี้เริ่มมาได้ยังไง
ทีน
 : พอเรากลับมาอยู่บ้าน เราเริ่มเข้าใจคำว่า “บ้าน” และศึกษาชุมชนรอบบ้านมากขึ้น คิดเลย….แล้วเราจะสร้างรายได้อะไรกลับคืนบ้านเกิดได้บ้าง ก็เลยย้อนดูตัวเองว่าเราปักผ้าขายอยู่ แล้วทำไมไม่ลองเอาผ้าในชุมชนมาปักดูมั่งหละ จะได้สร้างรายได้คืนสู่ชุมชนได้มากขึ้น จุดนี้แหละที่ทำให้เราอยากเป็นผู้ประกอบการทางสังคมด้วย เอาผ้าฝ้ายท้องถิ่นของชาวบ้านอำเภอจอมทอง(จ.เชียงใหม่) มาปัก มาทำกระเป๋า มาทำย่าม และอื่นๆ ชาวบ้านในพื้นที่มีรายได้จากผ้าฝ้ายที่มีเป็นทุนเดิม แล้วเราก็เอาความสามารถเรื่องการปักผ้าที่เรามีไปหนุนเสริมพัฒนาศักยภาพชาวบ้านในพื้นที่ ทำกับกลุ่มแม่บ้านอะไรแบบนี้ แต่ไอเดียร์ยังคงเป็นแค่ไอเดียร์ในหัว เนื่องจากเราเพิ่มเริ่มเราจึงยังไม่แข็งแรงพอที่จะทำอะไรที่มีขนาดใหญ่กว่าการทำกลุ่มชาวบ้าน โดยเฉพาะการทำธุรกิจเพื่อชุมชนอย่างเป็นทางการ หรือที่เขาเรียกกันว่า เรื่อง SE : Social Enterprise เราจึงไม่ได้ใส่ใจหรือทุ่มเทกับสิ่งเหล่านี้อย่างเต็มที่

นุ๊ก : ก็เลยมาสมัครโครงการอาสาสมัครเพื่อสังคมสู่ชุมชนบ้านเกิด รุ่น ของมูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม(มอส.)
ทีน
 : ใช่ เมื่อเราไม่รู้ไม่เข้าใจ เราตอบคำถามตัวเองอย่างซื่อสัตย์ว่า “เออ…เรายังขาดองค์ความรู้หลายเรื่องหวะ” และช่วงนั้นะก็เป็นช่วงที่โครงการนี้เปิดรับอาสาสมัครพอดี เรารู้ข่าวการเปิดรับอาสาสมัครจากคนรู้จัก เขาบอกให้เราลองสมัครเราก็เลยลองเขียนใบสมัครส่งมาดู แต่ในใจยังแอบคิดว่าไม่ติดแน่ๆ เห็นที่มาสัมภาษณ์แต่ละคนนี่ปลูกผักออร์แกนิค ทำไร่อินทรีย์ ไรงี้ ไม่มีใครทำเรื่องผ้าแบบเราเลย แต่สุดท้ายก็ติดซะงั้น เราได้เข้าร่วมโครงการ ด้วยควมที่เราอยากเข้าใจชุมชนให้มากกว่าเดิม อยากได้เครื่องมือเข้าไปทำงานกับชุมชน อยากได้เครือข่ายเพื่อนๆที่ทำงานกับชุมชนคล้ายๆ กัน อยากเข้าใจเรื่อง  SE ด้วย โครงการนี้น่าจะได้เปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับเราเพิ่มขึ้นกว่าเดิม

นุ๊ก : ฝากร้านครับ เอาให้เต็มที่เลย
ทีน
 : ก็ขอฝาก Seeyou Craft ไว้ด้วยนะคะ มีหน้าร้านที่ “โครงการจริงใจมาร์เก็ต” ที่ตัวเมืองเชียงใหม่ เปิดทุกวันเสาร์  ช่วงเช้าถึงช่วงบ่าย และทุกวันอาทิตย์เวลาเดียวกันที่ “โครงการบ้านข้างวัด” ตัวเมืองเชียงใหม่เช่นกัน หรือใครที่ไม่มีโอกาสไปถึงเชียงใหม่ แต่สนใจงานของเราก็สามารถเข้าไปดู สั่งซื้อ หรือแค่เข้าไปทักทายเราทางออนไลน์ได้นะ ที่ Facebook Page ชื่อ ชื่อ “ #Seeyou Craft กับ instagram ชื่อ #seeyoucraft งานปักมือ “แล้วเราจะพบกันใหม่ค่ะ Seeyou Craft”

———————–
นุ๊ก วัชร : เขียน