มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม Thai Volunteer Service Foundation

เปิดพื้นที่ให้ “ทะยาน” กันเถอะ

ประเด็นการศึกษาเป็นหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจที่ถูกหยิบยกขึ้นมานำเสนอจากทั้งหมด 6 ประเด็นของเยาวชน จาก “โครงการส่งเสริมศักยภาพกลุ่มเยาวชน สู่ปฏิบัติการเพื่อสุขภาวะ” ซึ่งจริงๆแล้วทุกประเด็นนั้นสำคัญหมด และสามารถทำให้เยาวชนศึกษาเรียนรู้และนำไปสู่ปฏิบัติการเพื่อพัฒนาศักยภาพของตนเองและสร้างการเปลี่ยนแปลงในระดับสังคมได้ และหนึ่งในประเด็นปัญหาที่ถูกนำเสนอขึ้นมาคือ การศึกษา เพราะในมุมมองของคนรุ่นใหม่หรือคนที่อยู่ในวงการการศึกษาทั้งในและนอกระบบต่างก็ยอมรับว่าระบบการศึกษาไทยมันมีปัญหาที่ต้องช่วยกันแก้ไข  เช่นเรื่องทิศทางการผลิตคนของระบบการศึกษากระแสหลัก  หลักสูตร อำนาจและความไม่เท่าเทียม หรือแม้แต่เรื่องของการคอรัปชั่น  ซึ่งระบบการศึกษากระแสหลักนั้นดูเป็นปัญหาต่อการพัฒนาและเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก

ถ้ามองในแบบของ อ.ชัชวาล ทองดีเลิศ ได้พูดถึงปัญหาของระบบการศึกษาในกระแสหลักไว้ว่า ระบบการศึกษาปัจจุบันมีสิ่งสำคัญที่ขาดหายไป เช่น กระบวนการที่ทำให้เด็กได้ค้นพบตัวเอง มีการมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการมากเกินไป  ขาดการพัฒนาทักษะชีวิต และเป็นการศึกษาที่ลอกเลียนแบบตะวันตกและถูกออกแบบมาเพื่อรับใช้ตลาดแรงงาน  ตัดขาดจากวิถีบริบทชุมชนสังคม เด็กจึงไม่สามารถเชื่อมโยงตัวเองกับชุมชนและสังคมได้  นี่เป็นหนึ่งในการมองเห็นปัญหาของเรื่องการศึกษาที่กำลังเกิดอยู่ในปัจจุบันและเช่นเดียวกับเยาวชน คนรุ่นใหม่ที่มองเห็นสถานการณ์ของระบบการศึกษาเมืองไทยเช่นว่า มีผลกระทบโดยตรงกับตัวเองและส่งผลเสียในอนาคตต่อไปอย่างแน่นนอน ประเด็นการศึกษาก็ไม่ใช่ประเด็นเดียวที่คนรุ่นใหม่กำลังมองเห็นและตื่นตัว แต่ยังมีประเด็นสำคัญซึ่งไม่น้อยไปกว่ากันเลย เช่น ประเด็นทรัพยากรธรรมชาติ  การเมืองและสิทธิมนุษยชน ประเด็นความหลากหลายทางเพศ หรือประเด็นการสร้างการมีส่วนร่วมของเยาวชน

การเปลี่ยนแปลงของปัญหาต่างๆในสังคมคงไม่สามารถแก้ไขได้สำเร็จลุล่วง 100% จากคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง การเรียนรู้และการเปิดโอกาสสำหรับคนรุ่นใหม่นั้นถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะการเปลี่ยนแปลงนั้นต้องใช้ความรู้ความเข้าใจเป็นตัวนำทาง

การเชื่อมร้อยเครือข่ายในการสร้างการเปลี่ยนแปลงก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญเช่นกัน แต่ละคนหรือกลุ่มองค์กรอาจทำงานในประเด็นที่ตัวเองกำลังเผชิญหรือที่ตัวเองถนัดอยู่ในพื้นที่ แต่ทว่าการทำงานแบบเชื่อมร้อยเป็นเครือข่าย จะร้อยเรียงกันเพื่อให้เกิดพลังในการขับเคลื่อนการทำงาน การเรียนรู้และ การพัฒนาศักยภาพเยาวชนคนรุ่นใหม่โดยเยาวชนเพื่อเยาวชนนั้นเป็นความหวังและกำลังสำคัญของสังคมที่แท้จริง เพราะความเป็นจริงของสังคมไทยนั้นต้องยอมรับว่า การที่เด็กเยาวชนจะลุกขึ้นมาบอกกับผู้ใหญ่ว่าสิ่งหนึ่งสิ่งใดถูกหรือไม่ถูกต้องนั้น มันคือพฤติกรรมที่ถูกมองว่าไม่เหมาะสม

ในยุคคนยุคเรานั้นก็อาจจะดูยากสักหน่อย อย่างเรื่องการศึกษาที่พูดถึงในข้างต้นเป็นตัวอย่าง  ผู้ใหญ่บางกลุ่มยังมีความคิดไม่แตกต่างจากเดิมเท่าไหร่นัก ไม่ว่าวันเวลาจะเปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหนก็ตาม แม้เด็กจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้วก็ตาม แต่ก็จะถูกมองว่าเด็กก็คือเด็กวันยังค่ำ อีกทั้งยังคอยย้ำเตือนอยู่เสมอว่าสิ่งที่ผู้ใหญ่คิดและทำทุกอย่างนั้น เป็นสิ่งที่ถูกต้องและดีที่สุดแล้ว “สิ่งที่คนรุ่นใหม่ควรทำคือการเดินตามผู้ใหญ่”  เช่นเดียวกันกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซึ่งไม่สร้างการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชนให้เกิดขึ้นจริง ไม่ได้สร้างช่องทางให้เยาวชนสามารถกำหนดชีวิตตนเองในอนาคตได้ ไม่ได้สร้างพื้นที่แห่งสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก รวมถึงพื้นที่ของการรับฟังความคิดเห็นของเด็กเยาวชนด้วย  ซึ่งถ้าผู้ใหญ่ในสังคมไทยยังมองว่าเด็กเยาวชนเป็นต้นตอของปัญหาสังคม ติดเกม ติดยา มีพฤติกรรมก้าวร้าวไม่เคารพผู้ใหญ่แล้ว การจะเปิดให้มีพื้นที่สนับสนุนการแสดงออกเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงด้วยเด็กเยาวชนนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึงอีกต่อไป เพราะมีความเป็นไปได้น้อยมาก

ผมคิดว่าโครงการ ส่งเสริมศักยภาพกลุ่มเยาวชน สู่ปฏิบัติการเพื่อสังคมสุขภาวะ สามารถเปิดพื้นที่การเรียนรู้ให้เยาวชนสร้างกลุ่มและรวมตัวกันลุกขึ้นมานำเสนอประเด็นต่างๆทางสังคมที่ตนเองสนใจเรียนรู้และลงมือปฏิบัติการ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคมอย่างมีส่วนด้วยตนเองได้ ด้วยกระบวนการพัฒนาศักยภาพคนในรูปแบบของมูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม(มอส.)นั้น ทำให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้และเข้าใจตนเอง เข้าใจปัญหาสังคมผ่านประสบการณ์จากการทำงานจริง โครงการจะทำหน้าที่เสมือนพี่เลี้ยงในการหนุนเสริมการทำงานของคนรุ่นใหม่ ทำให้ผู้เข้าร่วมโครงการนี้มีความท้าทาย ที่จะได้พัฒนาศักยภาพของตนเองและกลุ่มขึ้นมาอย่างเต็มที่จนนำไปสู่แนวทางการพัฒนาตนเองและแก้ไขปัญหาสังคมอย่างมีส่วนร่วมโดยตัวเยาวชนเองได้ ผมจึงอยากชวนผู้ใหญ่ในสังคมและทุกคนที่อยากเห็นสังคมใหม่ๆในอีกแง่มุม เปิดโอกาสให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ได้สร้างพื้นที่การแสดงออกด้วยตัวของพวกเขาเอง เปิดพื้นที่ให้พวกเขาได้ “ทะยาน” กันนะครับ

———————————–
จักรรินทร์ ศิริมงคล : เขียน
เมธี สิงห์สู่ถ้ำ : เรียบเรียง