มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม Thai Volunteer Service Foundation

ข้ามพรมแดนเชื้อชาติ ประสานสันติภาพที่กัมพูชา


“รู้สึกเลยว่าอคติที่เคยมีหายไปหมด มันเหมือนกับจากด้านที่เราลบ เราอคติกับเขามากๆ เรากดทับเขา ความรู้สึกตรงนั้นมันหายไปหมด มันกลายเป็นความรู้สึกเห็นใจ และรู้สึกทึ่งในตัวของพวกเขามาก”

 

เอิร์น มณีรัตน์ รอดนาม

สัมภาษณ์น้องเอิร์น-มณีรัตน์ รอดนาม คนรุ่นใหม่เพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคมรุ่น 2 เป็นเยาวชนจากมูลนิธิดวงประทีป ที่ส่งมาเข้าร่วมโครงการฯ และในโมดุล 5 [8-12 มิถุนายน 58] มอส.ได้พาน้องลงเรียนรู้ประเทศเพื่อนบ้าน คือ กัมพูชาและพม่า ซึ่งน้องเอิร์นได้ร่วมทริปกัมพูชา จึงมีโอกาสได้เรียนรู้งานพัฒนาจากองค์กรพัฒนาเอกชน และบทเรียนการต่อสู้ขององค์กรชาวบ้าน เช่น ชุมชนบึงก๊อก ชุมชนโตนเลสาปเขมร และมีโอกาสเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานของกัมพูชา ซึ่งบอกเล่าประวัติศาสตร์การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในช่วงเขมรแดงหลายแห่ง

กองบรรณาธิการขอเชิญอ่านความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริงจากคำบอกเล่าของน้องเอิร์นได้ที่นี่

 

Q: มีความรู้สึกอย่างไรบ้างหลังจากที่ได้มาดูงานที่กัมพูชา?

A: ตอนแรกหนูรู้สึกตื้นเต้นมาก และอยากมาเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมของเขา อยากมาเห็นว่าประเทศของเขามีการพัฒนาอย่างไร หลังจากที่เขาได้ผ่านมรสุมสงครามมากมาย อยากรู้ว่าคนที่นี่เขามีความเป็นอยู่อย่างไร วิถีการดำเนินชีวิตของเขาจะเป็นอย่างไรจะเหมือนประเทศเราไหม อยากจะมาเรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ และก็อยากมารู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของเขา ที่เรารู้มาคร่าวๆ มันน่าสนใจมาก อยากรู้ว่าสิ่งที่ได้ฟังมามันจริงไหม มันตรงกันหรือเปล่า
.

Q: แล้วสิ่งที่เรามาเจอมันตรงกับที่เราคาดหวังไว้ไหม?

A: มันไม่ตรงกัน คือสิ่งที่เราได้รับรู้มามันไม่ได้โหดร้ายเท่ากับสิ่งที่เรามาเจอ สิ่งที่เรามาเจอ มาเห็น มาเรียนรู้ด้วยตนเองในสถานที่ที่มันเกิดเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์จริงๆ รู้สึกว่ามันดูโหดร้ายมากกว่า ไอ้ที่เรารับรู้มันเป็นแค่ช่วงหนึ่งหรือเป็นเหตุการณ์ๆ หนึ่ง แต่เราได้มาเรียนรู้ เราได้มาเห็นทั้งหมด เห็นสถานที่เกิดเหตุจริง รู้สึกมันดูโหดร้ายกว่าที่เราคิดไว้เยอะมาก
.

Q: ความจริงที่เรามาพบมันทำให้เราเปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหน?

A: หนูคิดว่าหนูเปลี่ยนแปลงไปเยอะมาก โดยเฉพาะด้านความคิด ตอนแรกหนูรู้สึกมีอคติ แต่พอหนูได้มารับฟังปัญหาของเขา ได้รับรู้ประวัติศาสตร์ของเขา และมาเห็นการพัฒนาประเทศของเขา มันทำให้หนูเปลี่ยนจากมีความอคติมาเป็นความเห็นใจ และรู้สึกว่าประเทศเขามีความอดทนและเข้มแข็งกว่าที่เราคิดไว้เยอะ ประเทศ เขามีความอดทนสูงมาก ในการพัฒนาตนเอง และไม่น่าเชื่อว่าภายในระยะเวลาไม่กี่ปี เขาจะสามารถพัฒนาประเทศของเขาให้มีความยั่งยืนขึ้น อาจจะไม่ได้ทุกพื้นที่ แต่สิ่งที่เรามาเห็นเขาเจริญขึ้นเยอะมาก บางอย่างเอิร์นคิดว่าเขาดีกว่าประเทศเราเยอะมาก สิ่งที่เอิร์นชอบที่สุดคือ เรื่องการพัฒนาภาษาอังกฤษ เขามีความกระตือรือร้นมากในการเรียนรู้ ในการพัฒนาตนเอง เขาจะไม่เฉื่อยแฉะเหมือนประเทศเรา ประเทศเราจะเชื่องช้ามาก ในเรื่องการเรียนรู้เรื่องภาษา เขาไม่ได้คิดว่าจะยึดมั่นแต่วัฒนธรรมภาษาของตนเอง แต่สามารถออกไปเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้ แต่ประเทศเราแบบว่า…พอเรามาเจอแบบนี้ ประเทศเราก็ทำประเทศเขาไว้เยอะ แต่เขาก็เปิดใจเพื่อที่จะจูนกับพวกเราได้ดีมาก

Q: หลังจากได้ลงมาเรียนรู้นอกจากความกระตือรือร้นเรื่องภาษา ยังมีสิ่งไหนบ้างที่จะสามารถนำไปปรับใช้ได้?

A: อย่างหมู่บ้านที่เราไป [หมู่บ้านชาวประมง “กัมปงพรึก” ที่โตนเลสาป] เขารักษาวัฒนธรรม รักษาถิ่นกำเนิดของเขาได้ดีมาก โดยที่เขาไม่ได้ไปวุ่นวายกับใคร และสามารถยืนหยัดที่จะอยู่ในพื้นที่ของตัวเองได้ โดยไม่ได้ไปรุกรานใคร และไม่อยากให้ใครมาวุ่นวายกับเขา เราประทับใจนะ ตอนแรกเข้าไปมันดับฝันหนูมาก เพราะมันดูเหมือนกันดารมาก แต่พอเห็นวิถีชีวิตชาวบ้าน เขามีความสุขกับความเป็นอยู่ของเขามาก เขารู้สึกว่าไม่ได้ต้องการอะไรไปมากกว่านี้ สิ่งที่เขาเป็นอยู่ตอนนี้ มันเพียงพอและพอดีกับเขาแล้ว เขาไม่ต้องการที่จะไขว้คว้า เขาสามารถอยู่ของเขาได้ แต่บ้านเราต้องทำให้มันอินเตอร์อะไรอย่างงี้ เขารักษาวัฒนธรรมวิถีชีวิตของเขาได้
.

Q: ถ้ายังมีโอกาสอยากจะมาที่นี่อีก อยากจะมาหรือพารุ่นน้องมาเรียนรู้ที่ประเทศกัมพูชาอีกไหม?

A: ถ้ายังมีโอกาสก็อยากมาอีก และพาน้องมา เพราะประเทศเขามีความคล้ายคลึงกับประเทศเรามาก ในด้านความยากจน เด็กยากไร้ จากหมู่บ้านที่เอิร์นไป เอิร์นคิดถึงน้องในชุมชนคลองเตยที่เราอยู่ด้วย เพราะปัญหามันก็ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก

Q: สรุปตอนนี้ไม่ได้มีอคติกับพี่น้องกัมพูชาแล้วนะ?

A: ตั้งแต่ที่เราได้ไปเจอกับประวัติศาสตร์ที่แท้จริงของเขา รู้สึกเลยว่าอคติที่เคยมีหายไปหมดเลย มันเหมือนกับจากด้านที่เราลบ เราอคติกับเขามากๆ เรากดทับเขา ความรู้สึกตรงนั้นมันหายไปหมด มันกลายเป็นความรู้สึกว่าเห็นใจ และรู้สึกทึ่งในตัวของพวกเขามาก
.

Q: สำหรับตัวเอิร์น อยากกลับไปสร้างการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง?

A: ก็คงเป็นด้านเด็ก เราอยู่มูลนิธิดวงประทีปทำงานเกี่ยวกับเรื่องเด็ก เอิร์นจะเอาเรื่องที่รับรู้ทั้งหมดไปเผยแพร่ให้น้องๆ ฟัง จะไปเล่าสิ่งที่เห็นประเทศเขาเป็นอย่างไร เราพัฒนาเรื่องวัตถุกว่าเขา แต่การเรียนรู้การศึกษาเขาไปไกลกว่าเราแบบไหน ในขณะที่คนไทยคิดว่าเราไม่เคยเป็นเมืองขึ้นของใคร ยังรักษาความสะดวกสบายไว้มากกว่า แต่ประเทศเขาลำบาก แต่เขามีการพัฒนาตัวเองอย่างไร จะเอาสิ่งเหล่านี้ไปเล่าให้น้องๆ ฟังคะ