มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม Thai Volunteer Service Foundation

พุทธอาสา : เริ่มที่ตัวเรา

 ช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้ฟังเรื่องราวของคนจิตใจดีๆท่านหนึ่งครับ เป็นข้าราชการที่มาใช้เวลาช่วงหนึ่งของชีวิตกับงานอาสาสมัครทำประโยชน์ในวัด วันนี้จึงขอนำเรื่องราวของอาจารย์ท่านนี้มาเล่าให้พวกเราฟัง ไปฟังเรื่องราวและมุมมองต่องานอาสาสมัครหรืองานจิตอาสาของ อ.ปุย กันครับ

“งานจิตอาสา” สำหรับ อาจารย์ปุย หรือ อาจารย์มัตติกา ใจจันทร์ เริ่มต้นตั้งแต่ช่วงวัยมัธยมเป็นต้นมา กระทั่งช่วงที่ก้าวเท้าเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยมหิดล อ.ปุยก็ยังคงทำกิจกรรมจัดค่ายอาสาสร้างอาคารเรียนบนดอยกับกลุ่มเพื่อนๆเป็นประจำทุกปี  และตอนนี้แม้จะพ้นวัยนักศึกษาแล้ว ด้วยความที่งานอาสายังคงมีอยู่ในใจ อ.ปุย จึงมักหาโอกาสกลับไปเยี่ยมหมู่บ้านที่เคยไปออกค่ายทุกปี

อ.ปุย อาจารย์จากคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย เล่าถึงแรงบัลดาลใจในการทำค่าย 2 ประเด็น อย่างแรก คิดว่า เมื่อตัวเองได้รับโอกาสที่ดีในชีวิต ได้เรียนหนังสือ ได้เห็นโลกกว้าง ได้ใช้ชีวิตที่ดีกว่าคนอื่น เมื่อมีโอกาสทำงานเพื่อสังคมเราก็ควรจะทำ อย่างที่สอง คือ ต้องการตามรอยในหลวง ร.9 อยากแทนคุณแผ่นดิน ชีวิตเราเกิดมาทั้งทีต้องมีความกตัญญูเป็นที่ตั้งทั้งต่อบิดามารดา สถานศึกษา ที่สำคัญคือแผ่นดินเกิด อ.ปุยเล่าว่า “ทุกอย่างอยู่ที่ตัวเรา ถ้าเราตั้งใจจริงเราจะจัดสรรเวลาเองได้คะ แต่ถ้ารอให้ว่างเพียงอย่างเดียวชาตินี้ไม่รู้ว่าจะได้ทำหรือเปล่า ฉะนั้นงานอาสาสมัครจึงเป็นเรื่องของการให้ความสำคัญคะ”

ในส่วนของกลุ่มเพื่อน อ.ปุย ได้ร่วมกับกลุ่มจิตอาสา จะมีกลุ่มพี่ๆ ที่ทำค่ายอาสาพัฒนาชนบทด้วยกันกับ อ.ปุย ตั้งแต่ที่อยู่ รพ. ศิริราช และทำร่วมกับชมรมชาวเหนือของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ล่าสุดกลุ่มที่ อ.ปุยได้เข้าไปร่วมด้วยคือ “แก๊งอนุบาล” เป็นกลุ่มที่คบกันตั้งแต่จำความได้ประมาณ 20 กว่าคน ซึ่งยังรวมตัวกันเพื่อทำงานอาสาสมัคร รวมตัวกันทำโครงการปลูกต้นศรีตรังที่จังหวัดน่าน 235 ต้นที่จังหวัดน่าน

การเข้ามาทำงานจิตอาสาที่วัดปัญญานันทารามของ อ.ปุย มันคือการได้รับโอกาสเพราะ ม.อีสเทิร์นเอเชียเป็นมหาวิทยาลัยคุณภาพคู่คุณธรรม มี ดร.โชติรัตน์ ชวนิชย์ อธิการบดี และดร.สุภกัญญา ชวนิชย์ รองอธิการบดีฝ่ายนโยบายและแผน ซึ่งคอยสนับสนุนวัดปัญญาฯมาตั้งแต่สมัยหลวงพ่อปัญญานันทมุนีเป็นเจ้าอาวาสวัด พวกท่านจะดูแลเรื่องสุขภาพของพระภิกษุและสามเณรเป็นพิเศษ ดังนั้นในมหาวิทยาลัยของเราจะมีวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวกับสุขภาพ พยาบาล เภสัชศาสตร์และสาธารณสุข แต่ละโครงการที่เราทำเราจะหาผู้มีจิตอาสามาร่วมด้วย ซึ่งคณะพยาบาลจะได้รับมอบหมายให้ดูแลสุขภาพของภิกษุสามเณร ตลอดถึงพุทธอาสาและผู้บวชเนกขัมมบารมีทุกท่านในยามเจ็บป่วย ส่สวนด้านการให้ความรู้เรื่องสุขภาพต่างๆ จะมีอาจารย์พลเอกหญิง ดร.อรนันท์ หาญยุทธ คณบดีและอาจารย์พันเอกหญิงอุทัยวรรณ พงษ์บริบูรณ์ คอยช่วยประสานงานและดูแลในเรื่องนี้ ส่วนตัว อ.ปุยและลูกศิษย์จะเป็นฝ่ายปฏิบัติการ

อ.ปุยทิ้งท้ายบทสัมภาษณ์ไว้ที่ประเด็นความสำคัญของอาจารย์กับลูกศิษย์ อย่างแรก อ.ปุยเห็นว่า ผู้สอนต้องยอมรับให้ได้ก่อนว่าเด็กเขาถูกปลูกฝังมาจากที่บ้านแล้วส่วนหนึ่ง อาจารย์ผู้สอนต้องเอาส่วนนั้นมาต่อยอด นั่นคือการกระตุ้นให้ลูกศิษย์มีจิตอาสาให้มากขึ้นไปอีก อีกเรื่องหนึ่งซึ่งคนเป็นอาจารย์จำเป็นต้องทำเลยก็คือ การเป็นแบบอย่างที่ดี ทำงานจิตอาสาให้เด็กเห็นเป็นตัวอย่าง เพราะหากอาจารย์ไม่มีจิตอาสา ย่อมไปปลูกฝังลูกศิษย์ให้ลงมือทำไม่ได้ เมื่อเราทำลูกศิษย์ก็จะทำ และยิ่งเราชวนเขาทำบ่อยๆ เขาก็จะยิ่งสะสมเมล็ดพันธุ์แห่งความดีมากขึ้นเรื่อยๆ และวันหนึ่งที่เด็กๆ เขาโตเป็นต้นไม่ใหญ่ เขาจะแผ่กิ่งก้านสาขาออกไปให้ความร่มรื่นร่มเย็นแก่คนอื่นได้อย่างมากมายทีเดียว

———————————————
เมธี สิงห์สู่ถ้ำ : เขียน
———————————————

อ่านงานพุทธอาสาเรื่องอื่น คลิ๊กที่นี่