มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม Thai Volunteer Service Foundation

งานอาสาสมัคร คือหลักธรรมแห่งพุทธ

แสงเดือน แปลกวิสุทธิ์ เธอจบบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยศรีปทุม เคยทำงานประจำอยู่พักใหญ่ โดยส่วนตัวเธอไม่ชอบงานที่บีบตัวเองมากจนเกินไป เพราะฉะนั้นการมีธุรกิจเป็นของตัวเองจึงเป็นสิ่งที่เธอต้องการ เพราะจะสามารถกำหนดแผนชีวิตได้ ถ้าวันไหนอยากจะหยุดพักก็หยุด อยากไปทำประโยชน์ที่วัดก็ไป อยากไปเรียนเสริมสวยเพิ่มหรือมีธุระอย่างอื่นย่อมจะสามารถทำได้

เดือนได้มีโอกาสเข้ามาสัมผัสกับบรรยากาศของวัด ด้วยเหตุที่ว่า วันนั้นเป็นวันที่เดือนจะต้องไปรับหลานที่โรงเรียนแย้มสะอาด ซึ่งเป็นวันเดียวกันกับวันที่ทางโรงเรียนพาเด็กนักเรียนมาเข้าค่ายที่วัดปัญญาฯ หลังจากที่ได้ก้าวเท้าเข้ามาในวัด สิ่งที่เดือนได้พบเจอครั้งแรกซึ่งแตกต่างจากวัดทั่วๆไปก็คือ ความร่มรื่นของต้นไม้และบรรยากาศสงบภายในวัด และสิ่งเหล่านี้เป็นแรงจูงใจให้เดือนได้ตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมการ “บวชเนกขัมมบารมี” และเดือนก็ได้ชักชวนพี่สาวของตนเองเข้าร่วมกิจกรรมนี้ในระยะต่อมา

เธอเล่าให้ฟังว่า “พุทธอาสา” คือสิ่งที่ค่อยๆซึมซับเข้ามาในตัวเราจากการที่เราได้มาปฏิบัติกิจที่วัดเป็นระยะๆ เธอปฏิบัติภารกิจทุกอย่างที่เห็นว่าควรทำ เริ่มจากการช่วยงานในส่วนงานกองอนุโมทนาบุญ ซึ่งวันธรรมดาก็สามารถช่วยได้ และภารกิจที่เธอมักจะรับหน้าที่ดูแลจัดการ เช่น ล้างห้องน้ำ กวาดใบไม้ ล้างเครื่องครัว ปลงผมให้แม่ชี ทำน้ำปานะมาถวายพระและสามเณร หรือการปลูกต้นไผ่เพื่อทำเป็นรั้วที่วัดพระพุทธชินวงศ์ สิ่งเหล่านี้เธอสามารถใช้ช่วงเวลาของวันหยุดจากงานประจำมาทำได้ เดือนเล่าต่อว่า เธอเองไม่ใช่คนมีฐานะดีอะไร  แต่เธอมีแรงกาย มีความสามรถที่จะช่วยงานวัดได้เต็มที่

หากจะถามว่า การช่วยเหลือคนอื่นเกิดจากอะไร คำตอบคือ เกิดจากการซึมซับที่เราได้มาทำประโยชน์ให้กับวัด “เรามักจะได้ยินคำถามที่ว่า คนเราเกิดมาทำไม และเกิดมาเพื่ออะไร” บางคนอาจจะคิดว่า เราเกิดมาเพื่อหาประโยชน์ใส่ตัวเท่านั้น แต่เปล่าเลย เพราะจริงๆ แล้วเราเกิดมาเพื่อทำประโยชน์ให้กับเพื่อนมนุษย์ ประโยชน์มากมายที่เกิดขึ้นหลังจากที่เราได้ทำประโยชน์ให้เขาแล้ว สิ่งเหล่านั้นมันจะก่อประโยชน์ขึ้นที่ใจเราเอง มันจะมีปิติ มีความสุข เปรียบเหมือนเช่นการที่เราหาเงินมาได้แล้วไม่ใช่จะเก็บไว้ใช้เองคนเดียว แต่เราต้องแบ่งปันให้คนอื่น พอเราแบ่งปัน มันจะค่อยๆ ขยายผลออกไปเรื่อยๆ

ในขณะที่เธอมีแม่ และน้องชายที่ต้องดูแล แต่งานจิตอาสาไม่ได้ลดลงเลย เธอเล่าว่า “เวลาที่เราทำงานอาสา เพื่อนๆ จะช่วยลงขันค่าใช้จ่ายมา เหมือนที่จะไปบ้านเด็กอ่อน…. เพื่อนๆ ก็จะบอกว่าเต็มที่เลย ฉันจะช่วย โชคดีที่เรามีกัลยาณมิตร เดือนคิดว่า เพราะเราทำดี เราจึงเจอแต่คนดีๆในชีวิต สิ่งเหล่านี้จะเป็นแรงขับให้เราทำดีต่อไปเรื่อยๆ

เดือนเล่าว่า “งานอาสาสมัครที่เราทำมาทั้งหมดทั้งมวลนั้น ล้วนเชื่อมโยงกับหลักธรรมะของพระพุทธเจ้า คนทำงานอาสาไม่ต้องคิดไปไกลถึงผลตอบแทนในชาติหน้า เราจะเกิดเป็นอะไรในชาติหน้า มันเห็นกันในชาตินี้แหละ เรามีกำลัง มีความสามารถเท่าไหร่ก็ทำเท่านั้น ผลของการทำงานอาสามันทำให้เราสบายใจในชาตินี้แหละ เพราะสุขทุกข์อยู่ที่ใจเราทั้งนั้น ” สำหรับเดือนแล้ว เธอไม่เคยคิดวางแผนงานจิตอาสาแต่อย่างใด เธอคิดเพียงแค่การทำวันนี้ให้ดีที่สุด ทำภายใต้เงื่อนไขกำลังและเวลาที่เธอมี ทำแล้วมีความสุข จิตใจสงบ สบายใจ แค่นี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับเธอ

—————————————————
วัฒนา นาคประดิษฐ์/ เขียน
เมธี สิงห์สู่ถ้ำ/ เรียบเรียง