มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม Thai Volunteer Service Foundation

คารวาลัยแด่ “ราณี หัสสรังสี”

ราณี หรือ สุย  และ เป็น พี่สุยของน้องๆ อีกมากมาย

พี่สุย จากเราไปในวันที่ 5 เมษายน 2561 ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันก่อตั้ง โครงการอาสาสมัครเพี่อสังคม (คอส.) เมื่อวันที่  5 เมษายน 2523  ซึ่งต่อมาคือ มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม (มอส.) ซึ่งมีจุดมุ่งหมายส่งเสริมให้คนหนุ่มสาวมีอุดมคติเพื่อสังคมและเป็นกำลังในงานพัฒนาสังคมของ เอ็น จี โอ

พี่สุย เป็น อาสาสมัครรุ่นที่  1  ของ คอส.ในวัยหนุ่มสาว อายุประมาณ 23-24 ปี  ที่เพิ่งจบปริญญาตรี  นับเป็นการเริ่มต้นชีวิตการทำงาน กับองค์กรพัฒนาเอกชนที่คนส่วนใหญ่เรียกว่า เอ็นจีโอ  พี่สุยได้ปฏิบัติงานเต็มเวลากับสมาคมสุขภาพจิตแห่งประเทศไทยเป็นระยะเวลา 1 ปีเต็ม   หลังจากครบวาระ  พี่สุยเข้ามาเป็นเจ้าหน้าที่ของ คอส.  ติดตามดูแลอาสาสมัครในรุ่นต่อมา   พี่สุย เป็นผู้มีความมุ่งมั่น ตั้งใจ อุทิศตนในการทำงานด้วยความกระตือรือร้น  เข้าร่วมถกเถียงอภิปรายด้วยความสนใจ จริงจัง มีความอ่อนน้อม  มีรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะเสมอรต่างๆ ได้แก่ คณะกรรมการเผยแพร่และส่งเสริมงานพัฒนา(ผสพ.)   คณะกรรมการด้านสาธารณสุขมูลฐาน  มูลนิธิเพื่อนหญิง  คณะทำงานวาระทางสังคมเกี่ยวกับความรุนแรงในจังหวัดชายแดนใต้ สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  และเป็นผู้รับผิดชอบเขียนรายงานประจำปี Social Watch Report ของสถาบันฯ  และตำแหน่งล่าสุดคือ ผู้ประสานงานอาวุโส คณะทำงานวาระทางสังคม  ภายใต้สถาบันวิจัยสังคม จุฬาฯ

 พี่สุย เป็นผู้มีความละเอียดอ่อนใส่ใจในความรู้สึกของผู้คน  ให้ความเอาใจใส่ผู้อาวุโสในแวดวงงานพัฒนา ไปเยี่ยมเยียน พี่ศรีสว่าง  พั่ววงศ์แพทย์  อย่างสม่ำเสมอ  สนใจในประเด็นผู้สูงวัย และได้ประสานให้เกิดการแลกเปลี่ยนการทำงานในประเด็นผู้สูงวัยด้วย

38 ปี ของการทำงานพัฒนาสังคม ใน เอ็นจีโอ ใน โครงการต่างๆ นับตั้งแต่การเป็นอาสาสมัคร จนถึงวันจากไปของพี่สุย   การใช้ชีวิต  ความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง  และ การทำงาน ของพี่สุย ได้บอกเราว่า

1. การทำงาน เอ็น จี โอ เป็นงานที่ยึดเป็นอาชีพ   สามารถสร้างสรรค์ผลงาน มีความเป็นมืออาชีพ และสร้างความสุขให้กับคนทำงานได้    พี่สุยทำงานสวนกระแสค่านิยมของสังคม และ ครอบครัว ที่ต้องการให้ลูกหลานมีอาชีพที่มั่นคง  เป็นข้าราชการ  หรือ  องค์กรที่มีชื่อเสียง  การเป็นคนทำงานในเอ็น จี โอ ดูช่างไม่มั่นคง และยังเป็นที่ระแวงของคนในสังคมอีกด้วย  พี่สุยได้พิสูจน์ให้เห็นว่า  การทำงานเอ็นจีโอ  สามารถริเริ่ม สร้างสรรค์  สร้างคุณประโยชน์ให้กับสังคมได้  มีความมั่นคงทางรายได้พอสมควร มีความสุข และความมั่นคงทางจิตใจ   พี่สุยมีงานอย่างต่อเนื่องตั้งแต่จบการศึกษา จนเกษียณอายุ 60 ปี แม้หลังจากนั้นก็ยังมีงานต่อเนื่องด้วยพลังความคิด พลังใจ   ได้ทำงานตามอุดมการณ์เพื่อสังคม ซึ่งพี่สุยไม่เคยออกนอกแนวทางนี้เลย

2. การประสานงานที่ดีเป็นหัวใจของการรวมพลังทำงานจากหลายๆฝ่ายเพื่อให้งานบรรลุเป้าหมาย    งานของพี่สุยเกือบทุกงานเป็นงานที่ต้องริเริ่ม  ต้องขยันหาความรู้  ขยันพูดคุย ต้องรวมหลายๆบุคคลมาพูดคุย  ต้องสร้างการมีส่วนร่วม  ต้องติดตาม  ต้องกำกับ  มีความอ่อนน้อม  อ่อนนอกแข็งใน  ต้องกัดไม่ปล่อย   เป็นงานที่ต้องใช้ศิลปะ และหัวใจที่มุ่งมั่น  พี่สุยมีคุณสมบัติเหล่านี้อย่างเต็มเปี่ยม  เป็นแบบอย่างการทำงานประสาน  ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นอย่างยิ่ง และต้องฝึกฝน ในการทำงานเพื่อแก้ปัญหาซึ่งเราไม่สามารถทำคนเดียวได้   พี่สุยยังทำงานวิจัย วิชาการ เพื่อเผยแพร่ปัญหาให้สังคมได้รับรู้ เข้าใจ เพื่อให้การแก้ปัญหาบรรลุผลยิ่งขึ้น

3. ความเป็น ความตาย อยู่แค่ปลายจมูก   พี่สุยจากไปอย่างกะทันหันเกินที่ผู้คนที่รู้จักพี่สุยจะรับได้   มันรวดเร็วมาก   พี่สุยหมดลมหายใจอย่างรวดเร็ว  เมื่อลมภายนอกไม่สามารถเชื่อมกับลมภายใน ชีวิตก็หยุดทำงาน  พี่สุยเตือนสติพวกเราว่าความตายมาเยือนแบบไม่ทันตั้งตัว และเมื่อไหร่ก็ได้  เราทุกคนควรใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาท  เรียนรู้ที่จะเตรียมตัวตาย  ค่อยๆเตรียมทุกอย่างให้พร้อม เตรียมใจให้เป็นอิสระ พร้อมที่จะจากโลกไปอย่างไม่ติดค้าง

กาลเวลาได้หล่อหลอมให้  พี่สุย เป็นผู้มีอุดมคติเพื่อสังคมอันแกร่งกล้า   มีความทุ่มเท มีความรับผิดชอบ    เป็นกำลังสำคัญให้กับงานพัฒนาต่างๆได้อย่างเป็นจริงที่สุด   38 ปี นับเริ่มพี่สุยเป็นอาสาสมัคร  จนถึงวันที่จากไป  พี่สุยเป็นฟันเฟืองสำคัญในขับเคลื่อนสังคมไปสู่ความเป็นธรรม และสันติ สมความตั้งใจ เป็นผู้บุกเบิกและเป็นแบบอย่างของคนรุ่นหลังได้อย่างเต็มภาคภูมิ

งานฌาปณกิจร่างพี่สุยจะมีในวันที่ 10 เมษายน 2561  เวลา 16.00 น.

มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม  และ พี่น้อง มอส. ขอคารวะ แด่ ราณี  หัสสรังสี  ด้วยความอาลัยยิ่ง